บสย. เล็งจัดเรทติ้งเอสเอ็มอี

Posted by admin on November 8, 2013 in ห้องสมุด |

นายวัลลภ เตชะไพบูลย์ กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดมัก หรือ บสย. เปิดเผยว่า มีแผนจัดทำโครงการจัดอันดับความน่าเชื่อถือหรือเครดิตเรทติ้งให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เป็นลูกค้าของ บสย. เพื่อให้สถาบันการเงินใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการได้ฉับพลันขึ้น แล้วหากผู้รวมการายใดเป็นลูกค้าชั้นดีเยี่ยมสถาบันการเงินอาจคงจะให้ดอกเบี้ยเงินกู้ในอัตราที่ถูกกว่าลูกค้ารายอื่น ส่วนรายละเอียดเงื่อนไขในการพิจารณานั้น อาจจะดูข้อมูลจากบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ หรือเครดิตบูโร ซึ่งน่าจะช่วยให้ทราบว่าผู้รวมการรายนั้นมีประวัติการชำระหนี้เป็นอย่างไรบ้าง และดูผลประกอบการจากการทำธุรกิจว่ามีอัตราการเติบโตมากมากน้อยแค่ไหนก่อนก็จะประกาศว่าแต่ละบริษัทมีเรทติ้งระดับใดบ้าง “ข้อมูลอาจจะสามารถบอกถึงความเสี่ยงของลูกหนี้ในการขอสินเชื่อจากธนาคาร โดยถ้าลูกหนี้รายใดได้รับการจัดอันดับที่ยอดเยี่ยมจะทำให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น เพราะถือว่าคือกลุ่มที่มีความเสี่ยงน้อย คาดว่าการจัดทำรูปแบบโครงการน่าจะเสร็จในปี 57 และเริ่มจัดเครดิตเรทติ้งให้เอสเอ็มอีได้ในปี 58 ซึ่งปัจจุบันเอสเอ็มอีที่เป็นลูกค้าบสย.มีประมาณ77,000 ราย” สำหรับแผนดำเนินงานในปี 57 นั้นตั้งเป้าค้ำประกันสินเชื่อให้กับผู้รวมการเอสเอ็มอี100,000 ล้านบาท ซึ่งเน้นลูกค้ารายย่อยแล้วลูกค้าโอท็อปมากขึ้น โดยมีแผนที่คงจะขออนุมัติกระทรวงการคลังเข้าไปค้ำประกันสินเชื่อให้กับผู้รวมการสินค้าโอท็อปวงเงิน10,000 ล้านบาท เพื่อให้มีเงินทุนหมุนเวียนในการรวมกิจการเพิ่มขึ้น เนื่องจากปัจจุบันยอมรับว่าผู้ประกอบการบางรายคงไม่สามารถที่น่าจะเข้าถึงเงินทุนได้ โดยเบื้องต้นกำหนดปล่อยกู้ไม่เกินรายละ 3 ล้านบาท และมีระยะเวลาการค้ำประกัน 7 ปี

สั่งแก้ทีโออาร์รถเมล์เอ็นจีวีตามข้อให้คำปรึกษาผู้พิการ

Posted by admin on November 8, 2013 in ห้องสมุด |

พลเอก พฤณท์ สุวรรณทัต รมช.คมนาคม เปิดเผยหลังหารือร่วมกับตัวแทนจากกลุ่มผู้พิการภาคีเครือข่ายรถเมล์ว่า กระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และคณะกรรมการเลือกร่างทีโออาร์โครงการจัดซื้อรถโดยสารใช้เอ็นจีวี 3,183 คัน ดำเนินการเปลี่ยนแปลงร่างทีโออาร์ใหม่ ในส่วนของรถโดยสารธรรมดาตามข้อให้คำปรึกษาแนะของตัวแทนจากกลุ่มผู้พิการ โดยให้ปรับสเปครถโดยสารธรรมดาเป็นลักษณะกึ่งชานต่ำ และมีความสูงจากพื้นถนนถึงพื้นรถไม่เกิน 60 ซม. ประตูขึ้น-ลงมีความกว้างไม่น้อยกว่า 90 ซม. เพื่อให้สามารถรองรับผู้พิการ เพราะว่าลักษณะถนนในกรุงเทพฯ มีความลาดชันสูง ทั้งนี้ ปัจจุบันคณะกรรมการตัดสินใจร่างทีโออาร์ ซึ่งมีนายนเรศ บุญเปี่ยม รองผู้อำนวยการ ขสมก. เป็นประธานคณะกรรมการฯ อยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำทีโออาร์ โดยจะเลือกอย่างระมัดระวังและรอบคอบ โดยวิเคราะห์ส่วนประกอบของรถ (แคซซี) ให้ถูกมักตามประเภทของรถที่ลงมติไว้ในทีโออาร์ ซึ่งในเรื่องนี้ กระทรวงคมนาคม มีนโยบายในการจัดซื้อรถโดยสารเอ็นจีวี เพื่อให้รับใช้ประชากรได้ทุกประเภท ซึ่งจากทีโออาร์เดิมจะจัดซื้อรถโดยสารธรรมดาและรถปรับอากาศ โดยตัดสินใจเรื่องความเข้ากันในการใช้งานตามลักษณะของรถ อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการฯ อาจจะวิเคราะห์ปรับปรุงร่างทีโออาร์ให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า และอาจนำขึ้นเว็บไซต์เพื่อรับฟังความเห็น ครั้งที่ 6 ต่อไป ถ้าไม่มีข้อเสนอและความคิดเห็นเสริม อาจนำขึ้นเว็บไซต์ ครั้งที่ 7 เพื่อยืนยันร่างทีโออาร์ ก่อนประกาศเปิดขายซองประกวดราคา คาดว่าขั้นตอนทั้งหลายจะใช้เวลาประมาณ 37 […]

ม็อบปฏิวัตินิรโทษกรรมไม่กระทบภาคท่องเที่ยว

Posted by admin on November 8, 2013 in ห้องสมุด |

นายเกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดเผยว่า ศูนย์ได้คิดวิเคราะห์การประท้วงขัดขวางพ.ร.บ.นิรโทษกรรมของประชาชนจะไม่กระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศมากนักในกรณีที่มีการชุมนุมเฉพาะบริเวณแล้วไม่ได้มีการใช้กำลังในการสลายการชุมนุม เพราะเป้าหมายการท่องเที่ยวของต่างชาติอยู่ในอาณาเขตแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น พัทยา ภูเก็ต เชียงใหม่ หาดใหญ่ เป็นต้น “ถ้าการชุมนุมไม่ลุกลามไปในแหล่งท่องเที่ยวและในกรณีที่ทั้งสองฝ่ายไม่ใช้ความรุนแรงก็ไม่กระทบต่อท่องเที่ยวมากนัก ถ้ากระทบก็มีบ้างในระยะสั้นๆ แต่เมื่อประกอบทั้งปีอาจเห็นได้ว่าผลกระทบเหล่านี้ไม่ได้ทำร้ายอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมากอย่างที่มีการกล่าวอ้างกัน โดยสาเหตุที่ปริมาณนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ลดลงมากเพราะเข้าใจวัฒนธรรมการประท้วงของคนไทยยอดเยี่ยม” ทั้งนี้จากข้อมูลเจอว่า เหตุการณ์ในระยะหลังเกี่ยวกับการเมืองในปี 49 ที่เกิดเหตุการณ์ม็อบขับไล่รัฐบาลจนเกิดการรัฐประหารมีนักท่องเที่ยวจากต่างเข้าไทยประมาณ 13.8 ล้านคน เพิ่มจากปี 48 ประมาณ 20% แล้ว การชุมนุมประท้วงที่ราประสงค์ในปี 53 ซึ่งมีการเสียชีวิตแล้วรุนแรงมาก แต่กลับมีนักท่องเที่ยว 15.9 ล้านคน เพิ่มจากปี 52 ประมาณ 13% แสดงให้เห็นว่าปัจจัยทางการเมืองทั้ง 2 เรื่องนี้ ไม่ได้มีผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวเลย จึงไม่ใช่ข้ออ้างอิงทีไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่มองว่าการคัดค้านนิรโทษกรรมทำให้ท่องเที่ยวพังมูลค่ามหาศาล

แฉ3 วิธีโกงตาชั่ง

Posted by admin on November 7, 2013 in ห้องสมุด |

เมื่อวันที่ 6 พ.ย. นายอังคาร พวงนาค ผู้อำนวยการสำนักกำกำแล้วตรวจสอบเครื่องชั่ง กรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้บริโภคจำนวนมากร้องเรียนว่าได้รับความเดือดร้อนจากบรรดาบิดาค้าคุณแม่ค้าที่ใช้กลยุทธการโกงตาชั่งเอารัดเอาเปรียบอย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่อาจใช้ยุทธวิธีโกง 3 วิธี ประกอบด้วย การแกะเครื่องและเปลี่ยนสปริง, การเปลี่ยนหน้าปัดและสปริง, การเปลี่ยนถาดที่มีน้ำหนักสูง ซึ่งคงจะส่งผลให้ผู้ซื้อได้สินค้าไม่เต็มน้ำหนัก หรือเฉลี่ยที่ 8-9 ขีดต่อน้ำหนักที่ซื้อไป 1 กก. ทั้งนี้ในยอมรับว่าเจ้าหน้าที่ของกรมฯมีน้อยเพียง 150 คนทั่วประเทศถ้าอนุมัติเสริมกำลังคนเป็น 500 คนก็น่าจะส่งผลให้การเข้าไปตรวจสอบเครื่องชั่งในตลาดต่างๆ ทั่วถึงมากขึ้น ในเบื้องต้นได้ขอความร่วมมือจากประชากรทั่วไปช่วยกันแจ้งมายังที่กรมเพื่อก็จะได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบได้สะดวกสบายขึ้น โดยแจ้งได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือศูนย์ชั่งตวงวัดภาคหรือสำนักงานชั่งตวงวัดสาขาทั่วประเทศ “กลโกงของบรรดาพ่อค้ามารดาค้าเรื่องของเครื่องชังวัดจะมีหลายวิธี โดยแต่ละปีกรมได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปมาตรฐานเครื่องในโรงงานต่างๆนาๆทั่วประเทศปีละ 600,000 เครื่องซึ่งได้มาตรฐานหมดแต่เมื่อนำมาจำหน่ายก็คงจะมีบิดาค้าบางรายที่นำมาดัดแปลงใหม่ ซึ่งตรงจนี้ในแต่ละปีคงจะส่งเจ้าหน้าที่ส่งไปตรวจเครื่องชั่งในตลาดอื่นๆทั่วประเทศ เพื่อป้องกันไม่บิดาค้าโกงตาชั่ง ส่วนใหญ่คุณพ่อค้าก็ให้ความร่วมมือและต้องการเครื่องหมายรับรองตราครุฑของกรมอย่างมากเพื่อคือตัวการันตีของปริมาณน้ำหนักที่ตรง” สำหรับข้อให้คำปรึกษาการสังเกตุเครื่องชั่งสปริงที่ไม่ถูกต้อง เช่น ย่อมตรวจสอบเครื่องหมายรับรองจากกรมฯซึ่งเป็นตราครุฑติดไว้, ไม่มีการหักเข็มชี้น้ำหนักเพราะว่าส่งผลให้เครื่องอ่านน้ำหนักไม่ถูกจะต้อง, ตัวเลขถาดกับตัวเลขเครื่องที่ก็จะกำหนดว่าจะต้องตรงกัน, ต้องไม่มีวัสดุอื่นหรือนำสีมาพ่นหน้าปัดด้านใดด้านหนึ่งหรือการนำกระดาษมาปิดอีกหน้าหนึ่งของเครื่องชั่ง, การใช้เครื่องที่ทำด้วยพลาสติกหรือเครื่องชั่งที่อยู่ในสภาพชำรุด เป็นต้น นายสมชาติ สร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า เมื่อวันที่ 6 พ.ย. กรมฯ […]

หุ้นไทยภาคเช้าวันที่ 6 พฤศจิกายน 2556 ปิดบวก 9.14 จุด

Posted by admin on November 7, 2013 in ห้องสมุด |

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (6 พ.ย.) ดัชนีคงยังแกว่งตัวผันผวน ซึ่งปรับเติมขึ้นทันทีที่เปิดตลาด จากนั้นก็อ่อนตัวลงในแดนลบ ก่อนฟื้นตัวขึ้นได้อีกครั้ง ตามแรงเข้าซื้อกลับ รวมถึงเคลื่อนไหวตามตลาดหุ้นภูมิภาคที่ปรับเติมขึ้น เพราะว่านักลงทุนเริ่มคลายความกังวลสถานการณ์การเมืองในประเทศไประดับหนึ่ง จากการที่วุฒิสภาออกมาระบุว่าจะมีการคว่ำร่างพ.ร.บ. นิรโทษกรรม ส่งผลให้หุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้าที่ 1,424.58 จุด เพิ่มเติมขึ้น 9.14 จุด หรือ 0.65% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 22,358.95 ล้านบาท

ราคาทองคำ 6 พ.ย.56 ปรับครั้งที่ 1 ขึ้น 50 บาท

Posted by admin on November 7, 2013 in ห้องสมุด |

วันที่ 6 พ.ย.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.21 น.. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 1 ขึ้น 50 บาท ช่วยให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ รูปพรรณขายบาทละ 19,900 บาท รับซื้อ 19,116.76 บาท ทองแท่งขาย 19,500 บาท รับซื้อ 19,400 บาท ราคาทองคำและครั้งที่ปรับ ราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 ขึ้น 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 19,900 บาท รับซื้อ 19,116.76 บาท ทองแท่งขาย 19,500 บาท รับซื้อ 19,400 บาท เวลา 09.21 น.

‘ไอซีที’จัดห้องเรียนชุมชนออนไลน์เตรียมพร้อมคนไทยเข้าสู่อาเซียน

Posted by admin on November 5, 2013 in ห้องสมุด |

กระทรวงไอซีทีอบรมผลิตสื่อแล้วการใช้งานระบบห้องเรียนสังคมออนไลน์สำหรับอาเซียน หลังใช้ประโยชน์จากห้องเรียนสังคมออนไลน์ นายสมชาย ใบม่วง ผู้ตรวจราชการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศแล้วการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า การจัดอบรมการผลิตสื่อแล้วการใช้งานระบบห้องเรียนสังคมออนไลน์สำหรับอาเซียน (Community e-Classroom) คือเครื่องมือสำคัญในการผลักดัน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ที่จะลดความเหลื่อมล้ำด้านเทคโนโลยีสารสนเทศระหว่างสังคมเมืองและชนบท ประกอบทั้งเป็นการเปลี่ยนแปลงทรัพยากรประชากร ซึ่งถือคือทุนทรัพย์หลักของประเทศ ตามนโยบายแล้ววิสัยทัศน์ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที ที่ว่า ประเทศไทยคือชุมชนอุดมปัญญา (สมาร์ท ไทยแลนด์) และประเทศไทยมักมีการเตรียมความพร้อมสู่การเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ในปี พ.ศ. 2558 กิจกรรมดังกล่าวถือคือแหล่งรวบรวมเนื้อหาบทเรียน ความทราบ ในรูปแบบของห้องเรียนออนไลน์ แล้วพัฒนาศูนย์ประกอบในการเรียนการสอนให้สมบูรณ์มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สามารถขยายวงกว้างเพื่อขยายโอกาสไปยังเครือข่ายกลุ่มจุดหมายที่ชอบในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนในการผลิตหลักสูตรและการใช้ประโยชน์จากห้องเรียนชุมชนออนไลน์ สำหรับจัดกิจกรรมการสอนของอาจารย์ นักศึกษา ผู้นำสังคม คนพิการ แล้วผู้ด้อยโอกาส ได้เข้ามาศึกษาเรียนรับรู้ด้วยตนเองผ่านศูนย์การเรียนรับรู้ไอซีทีชุมชนต่าง ๆ กลุ่มคนเหล่านั้นได้มีโอกาสในการเรียนทราบอย่างทั่วถึงแล้วเท่าเทียมต่อไป การอบรมคงจะมีถึง 8 พ.ย. 56 ที่โรงแรมเซ็นทรา ศูนย์ราชการแล้วคอนเวนชันเซ็นเตอร์ ถนนแจ้งวัฒนะ.

โรงแรมไทยปรับรับจีน

Posted by admin on November 5, 2013 in ห้องสมุด |

ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมในประเทศไทยกว่าร้อยละ 30 คาดว่า ภายใน 3 ปีข้างหน้า จำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนอาจจะเสริมมากขึ้นถึงร้อยละ 50 นั่นไม่ใช่การคาดการณ์ที่เกินเลย เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่แห่แหนมาเที่ยวเมืองไทย ตระเวนกระจายตัวอยู่ตามสถานที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยมีภาพยนตร์ Lost in Thailand (แก็งค์ม่วนป่วนไทยแลนด์) เป็นต้นแบบจากการสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางไปต่างประเทศของชาวจีน (Chinese International Travel Monitor : CITM) ประจำปีเป็นปีที่ 2 โดย Hotels.com ซึ่งคือเว็บไซต์บริการสำรองห้องพักโรงแรมชั้นนำของโลก เปิดเผยให้เห็นข้อมูลเชิงลึกอันมีนัยสำคัญเกี่ยวกับ การพัฒนาพฤติกรรมของนักเดินทางชาวจีนและแนว ทางที่อุตสาหกรรมโรงแรมทั่วโลกจะจะต้องปรับตัว ชาวจีนที่เดินทางไปต่างประเทศส่วนใหญ่ร้อยละ 96 มีวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยวพักผ่อน ขณะที่ร้อยละ 52 เดินทางไปประเทศอื่น ๆ เพื่อเชื่อมต่อธุรกิจหรือเพื่อการศึกษา ในแนวโน้มที่เติบโตขึ้น เกือบ 2 ใน 3 ของนักเดินทางชาวจีนลงมติว่า พวกเขาต้องการที่น่าจะเดินทางอย่างอิสระแล้วไม่คือหมู่คณะ วิวัฒนาการด้านพฤติกรรมเช่นนี้ได้รับการยืนยันโดยผู้ประกอบการโรงแรมในกลุ่มที่ทำการสำรวจ โดยพวกเขาระบุว่า ปัจจุบันนี้ร้อยละ 70 ของผู้เข้าพักชาวจีนเดินทางอย่างอิสระ เมื่อเทียบกับสัดส่วนการแยกกันเดินทางในปี ค.ศ. […]

ทอท.ปรับดอนเมืองรับท่องเที่ยวไฮซีซั่น

Posted by admin on November 5, 2013 in ห้องสมุด |

ว่าที่ ร.ท. จตุรงคพล สดมณี ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง เปิดเผยว่า มีนโยบายเปลี่ยนแปลงการให้รับใช้ที่เร็วพลัน หรือฟาสต์ แอร์พอร์ต เพื่อรองรับช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวหรือไฮซีซั่นปีนี้ โดยได้เตรียมอำนวยความง่ายให้ผู้โดยสารมากขึ้น ทั้งการเติมเครื่องเอ็กซเรย์ จุดตรวจค้น รวมทั้งเพิ่มเติมเจ้าหน้าที่เพื่อความรวดเร็วในการใช้ปรนณิบัติสนามบิน โดยเชื่อว่าทั้งปีจำนวนผู้โดยสารอาจจะคือไปตามจุดหมายที่วางไว้ไม่ต่ำกว่า 16 ล้านคน ส่วนการเปลี่ยนแปลงสนามบินดอนเมือง ขณะนี้กำลังปรับปรุงอาคารผู้โดยสารภายคาดว่า คงจะเปิดให้ปรนณิบัติได้เดือนพ.ค.57 สามารถรองรับจำนวนผู้โดยสารได้เสริมขึ้นเป็น 28-30 ล้านคนต่อปี โดยอาคารที่จะเปิดเพิ่มจะรองรับการให้ปรนณิบัติสายการบินที่เข้ามาบินใหม่ เช่น สายการบิน ไลอ้อน แอร์ ที่อาจเปิดให้ปรนณิบัติในหลายเส้นทางปลายเดือนพ.ย.นี้ ด้านนายสันติสุข คล่องใช้ยา ผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์ สายการบินแอร์เอเชีย กล่าวว่า ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวนี้ได้เตรียมพร้อมให้รับใช้กับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ โดยได้เปิดให้บริการฟลาย-ทรู รับใช้ต่อเที่ยวบิน เพื่ออำนวยความง่ายให้กับผู้โดยสารที่เดินทางมาถึงสนามบินดอนเมือง แล้วต้องการเดินทางไปคงปลายทางอื่น ซึ่งผู้โดยสารสามารถเช็กอินสัมภาระจากต้นทางและรับสัมภาระครั้งเดียวที่ปลายทางสุดท้าย โดย บริการฟลาย-ทรู จะเริ่มให้รับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.นี้เป็นต้นไป ครอบคลุมการให้ปรนณิบัติกว่า 34 เส้นทาง ทั้งการเปิดเส้นทางบินใหม่ การจัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง แล้ววางแนวทางออกโปรโมชั่นสำหรับการเดินทางในปีหน้า ส่วนความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ยังว่องไวเกินไปที่ก็จะเลือกผลกระทบ ซึ่งเชื่อว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เข้าใจถึงการชุมนุมที่เกิดขึ้น

ปลัดพาณิชย์สั่งให้ข้าราชการแสดงออกทางการเมืองนอกกระทรวงฯ

Posted by admin on November 5, 2013 in ห้องสมุด |

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่มีข้าราชการกระทรวงพาณิชย์ประมาณ 100 คนแสดงจุดยืนต่อต้าน พ.ร.บ. นิรโทษกรรมในช่วง ที่ผ่านมา ทำให้นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เดินเข้ามาสนทนาพูดกับผู้สื่อข่าวที่ห้องสื่อข่าวกระทรวงพาณิชย์เกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวว่า ได้เชิญผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมาหารือร่วมกัน เพื่อทำความเข้าใจแล้วขอความร่วมมือว่า การที่ข้าราชการที่อาจออกมาแสดงความเห็นทางการเมืองนั้นว่าเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ซึ่งอาจจะนำไปสู่ความร้าวฉานภายในได้ แต่กระทรวงไม่ถือว่ามีความผิดเพราะเป็นสิทธิส่วนบุคคล เพียงแต่ขอให้ออกไปแสดงความเห็นนอกเขตกระทรวง หรือนอกเวลาสร้างงาน“ย่อมเข้าใจถึงหมวกข้าราชการที่สวมอยู่ด้วย ดังนั้นจึงต้องแยกออกจากกันให้ชัดเจน แม้ว่าเหตุการณ์คงจะสร้างกันนอกเวลาราชการแต่ก็คงมีป้ายกระทรวงติดอยู่ ซึ่งภาพที่ออกมามันไม่เข้ากัน อย่างไรก็ดีขอยืนยันว่า ก็จะไม่มีการเอาผิดกับข้าราชการกลุ่มดังกล่าว เนื่องจากเข้าใจถึงเรื่องสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น”

Copyright © 2013-2014 แหล่งรวมซอฟต์แวร์คอม ฯ ข่าวคอม ฯ เทคโนโลยี All rights reserved.